เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวให้อยู่ภายใต้ระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ทั้งการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับสถานประกอบการ นายจ้าง และแรงงานต่างด้าวที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตือนนายจ้าง ผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนทั่วไป ให้หลีกเลี่ยงการจ้างงานหรือใช้บริการแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย โดยเฉพาะอาชีพที่กฎหมายกำหนดเงื่อนไขไว้ เช่น งานนวดไทย งานตัดผม งานเสริมสวย และงานขับขี่ยานพาหนะ เนื่องจากอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560
สำหรับบทลงโทษกรณีนายจ้างหรือสถานประกอบการรับแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือให้แรงงานต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาต จะมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท ต่อแรงงานต่างด้าวที่จ้างงาน 1 คน
หากกระทำผิดซ้ำ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000-200,000 บาท ต่อแรงงานต่างด้าวที่จ้างงาน 1 คน หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ นายจ้างหรือสถานประกอบการดังกล่าวจะถูกห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวเป็นเวลา 3 ปี
ขณะที่แรงงานต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาต จะมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท และเมื่อชำระค่าปรับแล้ว จะถูกส่งตัวออกนอกราชอาณาจักร รวมถึงถูกห้ามยื่นขอใบอนุญาตทำงานเป็นเวลา 2 ปี
ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานการใช้แรงงานให้เป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม รวมถึงป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์และการแย่งอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย โดยกระทรวงแรงงานได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง
หากตรวจพบการกระทำผิด เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา มีการตรวจสอบสถานประกอบการที่จ้างแรงงานต่างด้าวทั่วประเทศแล้วกว่า 74,000 แห่ง และพบแรงงานข้ามชาติที่เข้าข่ายแย่งอาชีพคนไทยมากกว่า 1,700 คน
Comments
Post a Comment