Skip to main content

“หนุ่ม ศรราม” เดือดประกาศชัดไม่เคยยุ่งเกี่ยว กร้าวเตือนทันที

  “หนุ่ม ศรราม” เดือดจัด! เจอชื่อพัวพันเรื่องนี้ ถึงกับออกโรงประกาศชัด ลั่นไม่เคยยุ่งเกี่ยว พร้อมกร้าวเตือนทันที รวมรูปภาพของ หนุ่มตลอดกาล!! ศรราม เทพพิทักษ์ อายุ 42 ยังหล่อใสเหมือนเดิม  รูปที่ 18 จาก 20 ทำเอาคุณพ่อหนึ่งอย่างนักแสดงรุ่นใหญ่ “หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์” ถึงกับออกอาการหัวร้อนทันที หลังพบว่ามีบุคคลนำชื่อของเจ้าตัวไปแอบอ้างเกี่ยวข้องกับการโปรโมตเว็บพนัน พร้อมแนบลิงก์เผยแพร่บนโลกออนไลน์ จนเจ้าตัวต้องออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงอย่างชัดเจน เพื่อแจ้งให้ทุกฝ่ายทราบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว "หนุ่ม ศรราม" เดือดประกาศชัดไม่เคยยุ่งเกี่ยว กร้าวเตือนทันที โดย “หนุ่ม ศรราม” ยืนยันหนักแน่นว่า ตนเอง ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเว็บพนัน และขอให้ผู้ที่นำชื่อไปใช้ รวมถึงผู้ที่กำลังแชร์หรือเผยแพร่ลิงก์ดังกล่าว หยุดการกระทำทันที พร้อมทิ้งข้อความเตือนไว้อย่างชัดเจนว่า “ผมไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเว็บพนัน หยุดแชร์ หยุดแปะลิงก์ ความฉิxหายจะมาเยือน” "หนุ่ม ศรราม" เดือดประกาศชัดไม่เคยยุ่งเกี่ยว กร้าวเตือนทันที งานนี้เรียกว่าชัดเจนแบบไม่มีพื้นที่ให้เข้าใจผิด โดยเจ้าตัวออกมาเตือนด้วยตัวเ...

ลูกให้พ่อเดือนละหมื่นมา 15 ปี จู่ๆ โทรบอก “ไม่ต้องส่งแล้ว” กลับบ้านเจอความจริงสุดช็อก


 
ความรักของพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าคำอธิบายใดๆ และมักจะเป็นความรักที่บริสุทธิ์โดยไม่เคยหวังสิ่งตอบแทน เรื่องราวสุดสะเทือนใจและสร้างความซาบซึ้งให้กับผู้คนบนโลกออนไลน์ในครั้งนี้ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ของลูกชายวัย 55 ปี คนหนึ่งที่ยึดมั่นในความกตัญญูกตเวที เขาเพียรพยายามส่งเงินกลับไปให้ผู้เป็นพ่อวัย 83 ปี เป็นประจำทุกๆ เดือน เดือนละ 10,000 บาท (หรือเทียบเท่าตามสกุลเงินท้องถิ่น) มาอย่างยาวนานต่อเนื่องถึง 15 ปี แต่แล้ววันหนึ่ง เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อผู้เป็นพ่อได้สายตรงมาหาพร้อมประโยคที่ทำให้ลูกชายต้องประหลาดใจ




คำพูดที่ออกมาจากปลายสายของพ่อคือ “ไม่ต้องส่งเงินมาให้อีกแล้วนะ” คำพูดสั้นๆ เพียงไม่กี่คำนี้ กลับสร้างความกังวลใจและสงสัยให้กับลูกชายอย่างมหาศาล เนื่องจากตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา พ่อไม่เคยปฏิเสธความปรารถนาดีและความตั้งใจของเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ความกังวลใจทำให้เขาตัดสินใจลางานและรีบเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดในทันที เพื่อหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อของเขากันแน่ และเมื่อเขาเปิดประตูบ้านเข้าไป ภาพและสิ่งที่ได้รับรู้ก็ทำให้หัวใจของเขาต้องสลายอย่างที่สุด

จุดเริ่มต้นของความกตัญญูตลอด 15 ปี

ชายวัย 55 ปีคนนี้ ออกไปทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวอยู่ในเมืองใหญ่ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น แม้ว่าภาระหน้าที่การงานและชีวิตประจำวันจะรัดตัวสักเพียงใด แต่เขาก็ไม่เคยลืมบุญคุณของผู้เป็นพ่อที่เลี้ยงดูเขามาจนเติบใหญ่ เมื่อเริ่มมีความมั่นคงในอาชีพการงาน เขาจึงตั้งใจที่จะแบ่งเบาภาระและดูแลตอบแทนพ่อ ด้วยการเจียดเงินรายได้ก้อนหนึ่งส่งกลับไปให้พ่อใช้จ่ายเป็นประจำทุกเดือน



จำนวนเงิน 10,000 บาทในแต่ละเดือน อาจไม่ใช่เงินจำนวนมหาศาลสำหรับบางคน แต่สำหรับครอบครัวนี้ มันคือสัญลักษณ์แห่งความรัก ความห่วงใย และความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างพ่อลูก การส่งเงินกลับบ้านอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลายาวนานถึง 15 ปีเต็ม โดยไม่เคยขาดตกบกพร่อง ไม่เพียงแต่ช่วยให้พ่อมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความกตัญญูอันมั่นคงของลูกชายอีกด้วย

ตลอดเวลาที่ผ่านมา การโทรศัพท์พูดคุยกันหลังจากได้รับเงินส่งมา คือช่วงเวลาแห่งความสุขของทั้งสองคน พ่อจะกล่าวขอบคุณและอวยพรให้ลูกชายประสบความสำเร็จในการทำงานเสมอ ทำให้ลูกชายรู้สึกมีกำลังใจในการต่อสู้กับงานหนักในเมืองใหญ่ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น จนกระทั่งโทรศัพท์สายนั้นดังขึ้น

สายโทรศัพท์ที่เปลี่ยนความสงบให้เป็นความกังวล



วันหนึ่งในขณะที่ลูกชายกำลังทำงานตามปกติ พ่อของเขาก็ได้โทรศัพท์มาหา แต่การพูดคุยในครั้งนี้แตกต่างไปจากทุกครั้งที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง น้ำเสียงของพ่อดูแผ่วเบาและมีความลังเลอยู่กลายๆ ก่อนที่พ่อจะเอ่ยปากพูดประโยคที่ลูกชายไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยิน “ลูก ไม่ต้องส่งเงินมาให้พ่ออีกแล้วนะ พ่อไม่ได้ใช้เงินอะไรแล้ว”

เมื่อลูกชายได้ยินเช่นนั้น เขาก็ถามกลับด้วยความงงงวยและเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้น พ่อมีเงินไม่พอใช้ หรือว่าต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ แต่พ่อกลับปฏิเสธและพยายามบ่ายเบี่ยง โดยบอกเพียงว่าตนเองมีเงินออมเพียงพอสำหรับชีวิตประจำวันแล้ว และไม่อยากให้ลูกชายต้องลำบากส่งเงินมาให้อีกต่อไป หลังจากพูดคุยกันได้เพียงไม่นาน พ่อก็ขอตัววางสายไป โดยทิ้งความสงสัยและกังวลใจไว้ในอกของลูกชาย

ด้วยความที่รู้จักนิสัยของพ่อเป็นอย่างดี ชายวัย 55 ปีรู้ดีว่าพ่อเป็นคนเกรงใจคนอื่นเสมอ และมักจะไม่ยอมบอกเล่าความลำบากของตนเองให้ลูกๆ ต้องเป็นกังวล การที่พ่อปฏิเสธเงินส่งเสียที่เคยรับมาตลอด 15 ปี ย่อมต้องมีเหตุผลบางอย่างซ่อนอยู่ข้างหลังอย่างแน่นอน ความรู้สึกไม่สบายใจพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเขาไม่อาจนิ่งเฉยได้ จึงตัดสินใจขอเคลียร์ภารกิจการงานและออกเดินทางกลับบ้านเกิดในวันรุ่งขึ้นทันที

การเดินทางกลับบ้านและความจริงอันน่าตกใจ

เมื่อเดินทางมาถึงบ้านเกิด ภาพของบ้านไม้หลังเดิมที่เคยคุ้นเคยกลับดูเงียบเหงามากกว่าปกติ ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปในบ้านด้วยความระมัดระวัง สิ่งแรกที่เขาสังเกตเห็นคือ ความว่างเปล่าของห้องรับแขก ข้าวของเครื่องใช้หลายอย่างที่เคยตั้งวางอยู่กลับถูกจัดเก็บใส่กล่อง carton อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ราวกับกำลังเตรียมตัวสำหรับการย้ายบ้าน

เมื่อเดินลึกเข้าไปในห้องนอน เขาได้พบกับพ่อวัย 83 ปี ในสภาพที่ซูบผอมและทรุดโทรมลงไปมากเมื่อเทียบกับครั้งล่าสุดที่ได้พบกัน ร่างกายที่เคยแข็งแรงดูโรยราอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นลูกชายปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ผู้เป็นพ่อถึงกับชะงักและมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจยาวด้วยความจำนน

ลูกชายไม่รอช้า เข้าไปจับมือพ่อและเค้นถามถึงสาเหตุที่แท้จริงของการสั่งให้หยุดส่งเงิน รวมถึงสภาพความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดภายในบ้าน ในที่สุด เมื่อไม่อาจปกปิดความจริงได้อีกต่อไป ผู้เป็นพ่อจึงยอมเปิดเผยความจริงทั้งหมดออกมาพร้อมกับน้ำตา ความจริงที่ทำเอาลูกชายถึงกับเข่าอ่อนและหัวใจสลายลงในทันที

หัวอกของผู้เป็นพ่อและการเตรียมตัวครั้งสุดท้าย

ผู้เป็นพ่อสะอื้นไห้พร้อมกับยอมรับว่า ตนเองได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เมื่อไม่กี่เดือนก่อน และพบว่ากำลังป่วยเป็นโรคร้ายแรงระยะสุดท้าย แพทย์ประเมินว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกเพียงแค่ประมาณครึ่งปีเท่านั้น เมื่อได้รับรู้ถึงเวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัด พ่อจึงตัดสินใจว่าจะไม่เข้ารับการรักษาที่ยืดเยื้อหรือเจ็บปวด แต่เลือกที่จะใช้วิธีการดูแลแบบประคบประคองตามอาการเพื่อสงบจิตใจ

เหตุผลสำคัญที่พ่อโทรไปบอกให้ลูกชายหยุดส่งเงินมาให้ ก็เพราะเขาไม่อยากให้ลูกต้องเสียสละเงินทองที่หามาด้วยความยากลำบากเพื่อคนกำลังจะจากไปอีกแล้ว เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ลูกส่งมาตลอด 15 ปี พ่อไม่ได้นำไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเก็บหอมรอมริบไว้อย่างดี เพื่อคืนกลับให้ลูกในวันที่เขาไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว

นอกจากนี้ การที่บ้านเต็มไปด้วยกล่องบรรจุข้าวของ ก็เพราะพ่อใช้เวลาในช่วงที่ยังมีแรง ค่อยๆ จัดเก็บ จัดระเบียบ และทิ้งสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกไปล่วงหน้า พ่อทำทั้งหมดนี้เพียงเพราะเหตุผลเดียวคือ “ไม่อยากให้สิ่งของของตนกลายเป็นภาระความยุ่งยากให้ลูกชายต้องมาตามเก็บกวาดหลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว” ความรัก ความเสียสละ และความห่วงใยที่พ่อมีต่อลูกจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต ช่างยิ่งใหญ่เกินกว่าจะหาคำใดมาเปรียบปาน

ช่วงเวลาที่เหลืออยู่และการทำหน้าที่ครั้งสุดท้าย

หลังจากได้รับรู้ความจริงอันเจ็บปวด ชายวัย 55 ปี สะอื้นไห้และโอบกอดผู้เป็นพ่อไว้แน่น เขาเสียใจอย่างมากที่ไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของพ่อให้เร็วกว่านี้ แต่เขาก็รู้ดีว่า การจมอยู่กับความเศร้าโศกไม่อาจเปลี่ยนความจริงได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างมีค่าที่สุดร่วมกับพ่อ

เขาตัดสินใจปรับเปลี่ยนตารางการทำงานและการใช้ชีวิตใหม่ทั้งหมด ยื่นขอใช้สิทธิลาพักร้อนยาว และลางานแบบไม่รับค่าจ้าง เพื่อย้ายกลับมาอยู่ดูแลพ่อที่บ้านเกิดอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ในช่วงเวลา 7 เดือนสุดท้ายที่พ่อมีชีวิตอยู่ ลูกชายได้ทำหน้าที่ดูแลเรื่องอาหารการกิน การพาไปพบแพทย์ และพาพ่อไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ที่พ่อเคยอยากไป

พวกเขาได้ใช้เวลาพูดคุย ทบทวนความทรงจำในอดีต และสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย จนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 7 เดือน ผู้เป็นพ่อก็ได้จากไปอย่างสงบ ท่ามกลางความรักและการดูแลอย่างอบอุ่นของครอบครัว แม้ว่าลูกชายจะรู้สึกเสียดายที่น่าจะรู้เรื่องราวให้ไวกว่านี้ แต่เขาก็ภาคภูมิใจที่ได้ตอบแทนบุญคุณและเคียงข้างพ่อจนถึงลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

บทเรียนเรื่องความกตัญญูและการใส่ใจคนในครอบครัว

เรื่องราวสะเทือนใจนี้ได้กลายเป็นข้อคิดและบทเรียนราคาแพงให้กับผู้คนในสังคมปัจจุบันอย่างยิ่ง หลายครั้งที่เรามักจะคิดว่าการส่งเงินทองหรือสิ่งของกลับไปให้พ่อแม่ที่บ้าน คือการทำหน้าที่ลูกที่ดีและเพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่พ่อแม่ต้องการมากที่สุดอาจไม่ใช่จำนวนเงินในบัญชี หากแต่เป็นเวลา ความรัก การใส่ใจ และการได้พูดคุยพบหน้ากัน

พ่อแม่หลายคนมักจะเลือกที่จะปกปิดความทุกข์ ความเจ็บป่วย หรือความลำบากของตนเองไว้ เพราะไม่อยากให้ลูกๆ ที่กำลังทำงานหนักในเมืองใหญ่ต้องมาเป็นกังวล ดังนั้น ในฐานะลูก การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลง คอยไต่ถามสารทุกข์สุขดิบอย่างสม่ำเสมอ และกลับไปเยี่ยมเยียนพ่อแม่เมื่อมีโอกาส จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ไม่ควรมองข้าม

อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปจนสายเกินแก้ เพราะชีวิตคนเรามีความแน่นอนที่ไม่แน่นอนเสมอ การแสดงความรัก ความกตัญญู และการดูแลพ่อแม่ในขณะที่พวกท่านยังมีลมหายใจอยู่ คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราสามารถทำได้ เพื่อที่จะไม่ต้องมานั่งรู้สึกเสียใจหรือเสียดายในวันที่ท่านจากไปแล้ว



Comments

Popular posts from this blog

7 Things That Happen To Your Body When You Don’t Have Sex For A While

 We all know that sex is good for you. It is a natural human act that, when done carefully and consensually, can be pleasurable and improve your health. But do you know why? How does it affect your body? And most importantly: What happens when you don’t have sex for a while? Here are some of the most common side effects of not getting enough action. Things That Happen To Your Body When You Don’t Have Sex For A While Sex, though often still a very taboo subject, is an important part of health. It is a way to express yourself, deepen your connection with another person, and make you feel happy and energized. Sometimes, however, we go through periods of life where we are either focused on other things, or we have simply decided to take a break from the act. Have you ever wondered what happens to your body when you haven’t had sex for a while? These are some of the things you might experience. Increased stress Sex helps relieve stress and lowers cortisol levels. When you’re stressed, y...

Common back-pain drug may be linked to higher dementia risk, large study finds

  A pain medication that millions of Americans rely on for chronic back pain may come with a hidden risk: a significantly higher chance of developing dementia or other cognitive problems, according to a major new study. Compared 26,000 adults Researchers from Case Western Reserve University and several partner institutions analyzed medical records from 68 health systems across the U.S., comparing 26,414 adults prescribed gabapentin for persistent low-back pain with a matched group who had similar pain — but didn’t take the drug. Their finding was sobering: Adults who received six or more gabapentin prescriptions were 29% more likely to be diagnosed with dementia and 85% more likely to develop mild cognitive impairment (MCI) within 10 years. The risk wasn’t limited to older adults. In fact, it was younger Americans who saw the most dramatic increases. Younger adults saw shocking risk increases For people normally considered decades away from dementia: Ages 35–49 taking gabapentin ha...

Horrible childhood event shaped this Hollywood star’s journey

  For years, this actress has delivered award-winning performances on screen, earning recognition and icon status in Hollywood. Yet her early life was anything but glamorous. Her biological father abandoned her before she was even born, and at 15, she was raped in her own home by a man who claimed he had paid her mother $500. Kidnapped by her stepfather Born in 1962 in Roswell, New Mexico, this Hollywood icon was the child of a brief union between her teen mother, Virginia, and an Air Force airman, Charles Harmon Sr. Her father deserted her then-18-year-old mother after a two-month marriage, long before she was born. Instead, when the actress was just three months old, her mother married a newspaper advertising salesman. Because her stepfather often switched jobs, the family relocated frequently. ”I was desperate for a sense of belonging so I adopted different characters wherever I went,” she once reflected. Her early years were marked by constant moves, fueled by her parents’ alco...